รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับช่วงล่างรถพัง


รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับช่วงล่างรถพัง

พาไปรู้จักความสำคัญของระบบช่วงล่างรถยนต์ พร้อมแนะนำวิธีสังเกตช่วงล่างพัง มีสัญญาณอะไรบ้าง? เกิดขึ้นจากสาเหตุใดได้บ้าง? เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

ขับรถแล้วมีเสียงดังมาก มีเสียงดังกึก ๆ รู้สึกว่าล้อไม่ตรง หรือพวงมาลัยเอียง ใช่สัญญาณของช่วงล่างรถยนต์มีปัญหาหรือไม่? ในบทความนี้ อีซี่ฟิต (EZY FIF) จะพาไปทำความรู้จักกับระบบช่วงล่างของรถยนต์ว่า มีความสำคัญอย่างไร มีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง แล้วเวลาเกิดปัญหา หรือพังจะมีวิธีสังเกตอย่างไร รับรองว่าจะช่วยให้คุณดูแลรักษารถยนต์ได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ความสำคัญของระบบช่วงล่างรถยนต์

ระบบช่วงล่างของรถยนต์มีความสำคัญต่อการขับขี่มาก เพราะระบบช่วงล่างที่ดี สามารถทำงานได้ปกติ จะช่วยรองรับน้ำหนักระหว่างตัวโครงรถยนต์ ตัวถัง ชุดกำลังส่ง และล้อรถยนต์ ในขณะขับขี่ และไม่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนเมื่อขับรถตกหลุม หรือขับรถบนถนนขรุขระ ซึ่งจะส่งผลให้ควบคุมการขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังช่วยรักษาระดับความสูงของตัวรถให้อยู่ห่างจากผิวถนนในระดับคงที่ และควบคุมการตั้งฉากของล้อกับพื้นถนน ทำให้หน้ายางของรถยนต์สัมผัสกับพื้นถนนได้มากที่สุด ช่วยให้ยางรถยนต์ยึดเกาะพื้นถนนได้ดีขึ้น รักษาสมดุลของรถขณะเข้าโค้ง และทำให้ขับเคลื่อนได้อย่างปกตินั่นเอง

6 สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าช่วงล่างรถพัง

  • สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าระบบช่วงล่างของรถยนต์เกิดปัญหา มีดังนี้
  • เมื่อขับรถบนถนนขรุขระ จะรู้สึกว่าพวงมาลัยดึงและหลวม ร่วมกับมีเสียงดังกุกกัก
  • เมื่อขับรถทางตรง จะรู้สึกว่าพวงมาลัยเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • เมื่อขับรถทางตรง จะรู้สึกว่าล้อไม่ตรง ไม่สามารถควบคุมรถให้นิ่งได้
  • เมื่อขับรถบนถนนขรุขระ จะมีเสียงดัง เสียงกุกกัก
  • เมื่อขับรถบนถนนขรุขระ จะรู้สึกถึงแรงสะท้อนขึ้นมาจนถึงพวงมาลัย
  • เมื่อออกตัวรถ และกำลังหยุดรถ ไม่ว่าจะเดินหน้า หรือถอยหลัง จะมีเสียงดังกึกแบบเบา ๆ เกิดขึ้นทุกครั้ง

รวมสาเหตุที่ทำให้ช่วงล่างรถพัง

สาเหตุที่ทำให้ช่วงล่างของรถยนต์พังนั้น จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังบริเวณใต้ท้องรถ สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังเวลาเบรก และสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังเมื่อเลี้ยวสุด มีรายละเอียดดังนี้

1. สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังบริเวณใต้ท้องรถ

ตัวอย่างสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังบริเวณใต้ท้องรถ เช่น

  • ลูกหมากชำรุด​ : ทำให้เกิดเสียงดัง เสียงแอด ๆ เอี๊ยด ๆ บริเวณใต้ท้องรถในขณะที่ขับรถตกหลุม หรือเลี้ยวรถ
  • ลูกหมากปีกนกหลวม หรือเสื่อมสภาพ : จะเกิดเสียงดังกุก ๆ กัก ๆ ขณะขับรถความเร็วต่ำบนทางขรุขระ หรือตอนที่กำลังเลี้ยว
  • ลูกหมากแร็คหลวม หรือเสื่อมสภาพ : ขณะเลี้ยวรถ หรือขับรถตกหลุม จะรู้สึกถึงการขยับผิดปกติที่พวงมาลัย
  • ลูกปืนล้อแตก : จะทำให้เกิดเสียงหวีดหอนขณะขับรถ หรือเร่งความเร็ว โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับรถที่ใช้มานาน มากกว่า 100,000 กิโลเมตรขึ้นไป หรือขับรถตกหลุมบ่อย ๆ
  • ลูกหมากคันชักตัวนอกหลวม หรือเสื่อมสภาพ : ทำให้มีเสียงกุกกักเวลาขับรถบนทางขรุขระ และรู้สึกว่าการหมุนเลี้ยวมีระยะมากกว่าปกติ

2. สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังเวลาเบรก

ตัวอย่างสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังเวลาเบรก เช่น

  • ผ้าเบรกและจานเบรกเสื่อมสภาพ : ในขณะที่เบรกรกจะมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ซึ่งเกิดจากผ้าเบรกและจานเบรกเสื่อมสภาพจนเกิดการเสียดสีกัน
  • จานเบรกสกปรก : ในขณะที่เบรกรกจะมีเสียงดังครืด ๆ เกิดจากหิน หรือฝุ่นบนจากเบรกเข้าไปเสียดสีกัน 

3. สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังเมื่อเลี้ยวสุด

สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังเมื่อเลี้ยวสุดจะเกิดจากบูชเลี้ยวสึก ทำให้ช่วงล่างเสียดสีกันจนเกิดเสียงดัง ส่วนใหญ่แล้วจะพบในรถกระบะที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนาน

ช่วงล่างรถพัง ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะอันตรายไหม?

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่า ระบบช่วงล่างของรถยนต์มีความสำคัญต่อการขับขี่อย่างมาก หากช่วงล่างพังแล้วไม่ทำการซ่อม หรือแก้ไข นอกจากจะทำให้เกิดเสียงรบกวนตลอดการขับรถแล้ว ยังส่งผลให้ล้อยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ จนทำให้ยางรั่ว ยางฉีก ยางคด หรือยางระเบิดได้ และทำให้ทรงตัวได้ยากกว่าปกติจนเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า ระบบช่วงล่างของรถยนต์เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องให้ความสำคัญ เพราะส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างาก หากคุณตรวจพบสัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าระบบช่วงล่างของรถยนต์พัง ไม่ว่าจะเป็น การเกิดเสียงดังใต้ท้องรถขณะขับขี่ ขณะเลี้ยว หรือรู้สึกว่าพวงมาลัยควบคุมได้ยากขึ้น ก็ควรที่จะรีบนำรถไปตรวจเช็กสภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และทำให้การขับขี่บนท้องถนนเป็นไปอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น